AI ช่วยทำวิจัยอะไรได้บ้าง วิธีใช้ AI ในงานวิจัยอย่างถูกต้องและมีจริยธรรม

Student blog — 23/07/2026

AI UTCC
AI ช่วยทำวิจัยอะไรได้บ้าง วิธีใช้ AI ในงานวิจัยอย่างถูกต้องและมีจริยธรรม
ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการศึกษาพยาบาลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการวิจัย AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องมือการสืบค้นข้อมูลเท่านั้น แต่ได้พัฒนาความสามารถสู่การเป็นผู้ช่วยวิจัยอัจฉริยะ ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูล และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับบุคลากรทางการพยาบาล การบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการวิจัยอย่างมีประสิทธิผลนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยี ร่วมกับความตระหนักรู้ด้านจริยธรรมทางวิชาการ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์การประยุกต์ใช้ AI ในงานวิจัย และนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักจริยธรรม เพื่อให้บุคลากรทางการพยาบาลสามารถนำ AI ไปยกระดับคุณภาพงานวิจัย

การบูรณาการ AI เข้าสู่กระบวนการวิจัยครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการพัฒนาโครงร่างวิจัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) เช่น ChatGPT, Gemini, Claude มีศักยภาพอย่างมากในการทบทวนวรรณกรรม (Literature review) โดยสามารถสกัดประเด็นสำคัญ สรุปแนวคิด และระบุช่องว่างของการวิจัย จากฐานข้อมูลวิชาการจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว (Sallam, 2023) นอกจากนี้ ในขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล ยังสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative data) โดยอาศัยการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) เพื่อจัดหมวดหมู่แก่นเรื่อง (Thematic analysis) จากบทสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการวิจัยได้อย่างมีนัยสำคัญ (Ronquillo et al., 2021) อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมเชิงกลยุทธ์” (Strategic navigator) ไม่ใช่มอบหมายหน้าที่การตัดสินใจทั้งหมดให้แก่ AI แต่ต้องใช้วิจารณญาณทางวิชาชีพ (Professional judgment) ในการประเมินความถูกต้อง และวิพากษ์ผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นอย่างรอบคอบ

แม้ AI จะมีศักยภาพมากมายในงานวิจัย แต่การนำ AI มาใช้นั้นบุคลากรทางการพยาบาลต้องตระหนักรู้ด้านจริยธรรม ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความเป็นเจ้าของผลงาน (Authorship) และการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) คณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE) ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่า AI ไม่สามารถระบุชื่อให้เป็นผู้นิพนธ์ร่วม (Co-author) ในบทความวิจัยได้ เนื่องจาก AI ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความถูกต้องและผลกระทบของงานวิจัยตามหลักกฎหมายและจริยธรรม (COPE, 2023) ดังนั้น ผู้วิจัยจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อเนื้อหาทั้งหมดที่ปรากฏในผลงานวิจัย นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายเรื่องการสร้างข้อมูลเท็จที่ไม่มีอยู่จริง (Hallucination) หากผู้วิจัยขาดการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด อาจนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งจะลดความน่าเชื่อถือของวิชาชีพพยาบาลได้

โดยสรุป ปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพในการยกระดับงานวิจัย ทั้งความรวดเร็ว ขอบเขตการวิเคราะห์ และการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ อย่างไรก็ตาม AI ไม่อาจทดแทนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดเชิงวิพากษ์ และความรับผิดชอบทางจริยธรรมของนักวิจัยได้ การเรียนรู้ที่จะควบคุมและใช้งานอย่างเชี่ยวชาญ (Mastery) ภายใต้จริยธรรมทางวิชาการ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณค่า ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาการเรียนการสอนและการดูแลผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

References
  • Committee on Publication Ethics. (2023). Authorship and AI tools. https://publicationethics.org/cope-position-statements/ai-author
  • Ronquillo, C. E., Peltonen, L. M., Pruinelli, L., Chu, C. H., Bakken, S., Beduschi, A.,
    Dixon-Woods, M., Ali, P., Hardiker, N. R., Lyndon, A., Weaver, C., Goossen, W., & Topaz, M. (2021). Artificial intelligence in nursing: Priorities and opportunities from an international invitational think-tank of the Nursing and Artificial Intelligence Leadership Collaborative. Journal of Advanced Nursing, 77(9), 3707–3717. https://doi.org/10.1111/jan.14855
  • Sallam, M. (2023). ChatGPT utility in healthcare education, research, and practice: Systematic review on the promising perspectives and valid concerns. Healthcare, 11(6), 887. https://doi.org/10.3390/healthcare11060887

เรียบเรียงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริวรรณ แสงอินทร์

แชร์บทความนี้

หลักสูตร

คณะพยาบาลศาสตร์

*

** คุณสมบัติผู้ขอกู้ กยศ.

*

** คุณสมบัติผู้ขอกู้ กยศ.