เมื่อ AI เข้ามาช่วยพยาบาล ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้นอย่างไร
Student blog — 19/12/2025
1.การเพิ่มความแม่นยำ (Precision) ในการวินิจฉัยการพยาบาล โดยประมวลผลและเชื่อมโยงข้อมูล
จากแหล่งที่มาที่หลากหลายและซับซ้อนพร้อมกันทั้งหมด และเป็นปัจจุบัน เช่น 1) เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ประวัติการเจ็บป่วย, ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ, การวินิจฉัยทางการแพทย์ 2) ข้อมูลสัญญาณชีพแบบต่อเนื่อง และแม่นยำ ได้แก่ จากอุปกรณ์ติดตาม (Wearable Devices) หรือจอภาพข้างเตียง และ 3) ข้อมูลสังคมและสุขภาพ ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่บ้าน, การสนับสนุนทางสังคม, หรือปัญหาการเข้าถึงทางสุขภาพ ซึ่งการประมวลผลข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน จะนำมาซึ่งความแม่นยำในการกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
2.1 ลดความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา โดยการตรวจสอบซ้ำ (Double-Checking) ทุกครั้งที่พยาบาลสแกนบาร์โค้ดของยาและข้อมือผู้ป่วย เพื่อยืนยันความถูกต้องของ 5 Rights (Right Patient, Right Drug, Right Dose, Right Route, Right Time) พยาบาลสามารถมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยได้รับยาในขนาดและรูปแบบการบริหารตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice) (Abuzaid et al., 2022) ซึ่งระบบจะแจ้งเตือนทันทีหากข้อมูลไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงความซ้ำซ้อนของการออกฤทธิ์ของยาที่ส่งผลต่อการรักษา เพื่อการวิเคราะห์ทางการรักษาที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ
2.2 วิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพที่สวมใส่ได้ (Wearable Sensors) และแจ้งเตือนแบบจัดลำดับความสำคัญ (Prioritized Alert) ไปยังพยาบาล เพื่อลดเวลาการตรวจสอบด้วยตนเองตลอดเวลา (Manual Checking) แต่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วย (Buchanan et al., 2021)
3.1 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Determinants) นับเป็นปัจจัยทางกายภาพที่
ผู้ป่วยอาศัยอยู่และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง เช่น ข้อมูลสภาพอากาศ/มลพิษในพื้นที่ ที่อยู่อาศัยมีความแออัดและมีความชื้นสูง เป็นต้น
3.2 ปัจจัยด้านสังคม (Social Determinants of Health: SDOH) สภาพความเป็นอยู่ สภาพ
เศรษฐกิจ และการสนับสนุนทางสังคม เป็นสาเหตุสำคัญสุขภาพที่สำคัญที่มีผลต่อสุขภาพ เช่น สถานะทางเศรษฐกิจ ความสะดวกในการเข้ารับการบริการทางสุขภาพ สภาพการทำงาน เป้นต้น
3.3 ปัจจัยด้านสรีรวิทยา (Physiological Determinants) ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการ
ตรวจร่างกาย ค่าการทำงานของอวัยวะต่างๆ การเจ็บป่วยที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลในมิติกว้างเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการกำหนดแผนการดูแลให้สอดคล้องคล้อง เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง
- Abuzaid, M. M., Elshami, W., & Fadden, S. M. (2022). Integration of artificial intelligence into nursing practice. Health and Technology, 12(6), 1109–1115.
- Buchanan, J., Howis, J., & Doody, S. (2021). The role of artificial intelligence and machine learning in nursing practice. British Journal of Nursing, 30(11), 696–700.
- Clancy, T. R. (2020). Artificial intelligence and nursing: The future is now. The Journal of Nursing Administration, 50(3), 125–127.
- Rezaei, E., Yaghoobpour, S., & Shokouhi, P. (2023). The role of artificial intelligence in personalized nursing care and patient education: A systematic review. International Journal of Nursing Studies, 145, 104597.
- Robert, N. (2019). How artificial intelligence is changing nursing. Nursing Management, 50(9), 30–39.
โดย อ.ดร.สุวรรณา วุฒิรณฤทธิ์