ทำไม Work-Life Balance ถึงสำคัญกว่าที่คุณคิด คำตอบอยู่ที่ชีวิตจริงของคนทำงาน
Student blog — 18/11/2025
Education
การรักษาสมดุลชีวิตกับการทำงาน หรือที่เรียกว่า “Work-Life Balance” คือการจัดสรรเวลาและพลังงานระหว่างหน้าที่การงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างเหมาะสม แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการแบ่งเวลาเท่ากัน 50/50 แต่คือการหาจุดที่ลงตัวสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อลดความเครียดและส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจโดยรวม สมดุลชีวิตกับการทำงาน มีความสำคัญอย่างไร
- ทำให้สุขภาพดี: ช่วยลดความเสี่ยงของอาการหมดไฟ (Burnout Syndrome) ลดความเครียด และป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และกรดไหลย้อน
- ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น: เมื่อพักผ่อนเพียงพอและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น จะช่วยให้มีสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงจูงใจในการทำงานเพิ่มขึ้น
- เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี: การมีเวลาให้กับครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างมากขึ้น จะช่วยให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
- สร้างความสุขในชีวิต: การได้ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ ช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น
- ดึงดูดและรักษาพนักงาน: องค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance จะสามารถดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้มากขึ้น
การสร้างสมดุลชีวิตกับการทำงาน ทำได้อย่างไร
- จัดลำดับความสำคัญในชีวิต: ทบทวนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับคุณ เช่น งาน ครอบครัว หรือสุขภาพ เพื่อใช้เป็นหลักในการตัดสินใจจัดสรรเวลา
- กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน: ตั้งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้ชัดเจน เมื่อหมดเวลาทำงาน ควรหยุดคิดเรื่องงานและปิดการแจ้งเตือนจากเรื่องงาน เรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่เกินความสามารถหรือไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้งานล้นมือ
- บริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ: วางแผนงานในแต่ละวันและจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ หลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อไม่ให้งานสะสมจนเครียด ทำทีละอย่างแทนการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
- ใช้เวลาพักให้เป็นประโยชน์: พักเบรกระหว่างวันสั้นๆ เพื่อผ่อนคลาย ใช้เวลาพักกลางวันไปทำธุระส่วนตัวเล็กน้อย เพื่อประหยัดเวลาหลังเลิกงาน ใช้เวลาพักร้อนอย่างเต็มที่ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงาน
- ดูแลสุขภาพกายและใจ: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับ
พักผ่อนให้เพียงพอ หางานอดิเรกหรืองานที่ชอบทำในวันหยุด - สื่อสารกับคนรอบข้าง: พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอย่างเปิดอกเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
- ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด: ใช้เครื่องมือและแอปพลิเคชันเพื่อช่วยจัดการงาน แต่ต้องรู้จักจำกัดการใช้งานในเวลาพักผ่อน
สมดุลชีวิตกับการทำงานจึงเป็นการจัดสรรให้ทั้งสองด้านของชีวิต “ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข” เมื่อทำได้ ทั้งงานและชีวิตส่วนตัวก็จะเดินไปพร้อมกันด้วยพลัง เมื่อเรามีสมดุลชีวิตกับการทำงานที่ดี เราจะไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ยังได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีความหมายในทุกวัน
อ้างอิง
- ภิญญดา มัญยานนท์, และวิธัญญา วัณโณ. (2566). ปัจจัยจิตสังคมที่สัมพันธ์กับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
ของผู้ใหญ่วัยทำงาน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 31(2) สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/262141/177686 - สุภา เข็มแข็งปรีชานนท์, ระวี สัจจโสภณ, และศุภรักษ์ อธิคมสุวรรณ. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อความสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงานของบุคลากรสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. วารสารสังคมศาสตร์วิจัย.11(1): สืบค้นจาก https://r2r.npru.ac.th/jssr/?q=node/179
เขียนโดย: อาจารย์นวพร มามาก คณะพยาบาลศาสตร์
แชร์บทความนี้